รู้หรือไม่ว่า การที่เราโฟกัสเรื่องการทานอาหารมากขึ้น และ กินแบบมีสติ จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับอาหารตรงหน้าได้ดีมากขึ้น แถมยังส่งผลต่อสุขภาพของร่างกายของเราอีกด้วย ซึ่งการกินแบบมีสติไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ใครที่เป็นสายกินเร็ว กินจุ กินเยอะ แต่กลับทำให้เสี่ยงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ท้องอืดท้องเฟ้อเพราะอาหารไม่ย่อย หรือเป็นกรดไหลย้อน เรื่องเหล่านี้ สามารถแก้ได้ง่าย ๆ เพียงเริ่มต้นจากการกินแบบมีสตินั่นเอง ตาม ascentvoyage กันเลย

กินแบบมีสติคืออะไร

การกินแบบมีสติ คือ การที่เรากินอาหาร กินขนม หรือดื่มเครื่องดื่มต่าง ๆ เข้าไปในร่างกาย แต่เราจะสามารถตระหนักรู้ และรับรู้ถึสิ่งที่เรากินเข้าไปได้อย่างชัดเจน และใช้เวลาสักพักในการพิจราณา และลิ้มรสสิ่งเหล่านี้ให้ตัวเองเกิดความพึงใจอย่างไม่เร่งรีบ อีกทั้ง ยังเป็นการที่เราได้ใช้สติในการทานอาหารเพิ่มมากขึ้น ไม่ทานอาหารเพียงความหิวด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เพราะการกินอาหารแบบมีสติ จะช่วยสร้างโมเม้นต์ในการทานอาหารอย่างมีความสุขให้กับคุณได้นั่นเอง

5 วิธีฝึกการกินแบบมีสติง่าย ๆ คุณก็ทำได้

1. ใช้เวลาอยู่กับอาหารตรงหน้าให้นานขึ้น

หายเข้าใจเข้าและออกลึก ๆ ก่อนที่จะเริ่มทานในแต่ละคำ เพื่อให้เราได้มองอาหารตรงหน้าที่เราจะกินในแต่ละครั้งนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และเป็นการฝึกให้ตัวคุณไม่เร่งรีบกับอาหารตรงหน้า มีจังหวะให้ตัวเองได้ตักอาหาร ได้ใช้เวลาอยู่กับอาหารตรงหน้าก่อนกินเพิ่มมากขึ้น และรับรู้ว่าตัวเองกำลังจะกินอะไรเข้าไปในร่างกาย

2. เคี้ยวอาหารอย่างช้า ๆ 

เมื่อเราเริ่มตักอาหารเข้าปาก การกินแบบมีสติก็จะไม่มีการเคี้ยวอาหารที่เร่งรีบ แต่จะเป็นการเคี้ยวอาหารอย่างช้า ๆ ให้ละเอียด เพื่อที่เราจะได้ลิ้มรสชาติของอาหารที่เรากำลังกินอยู่ได้นั่นเอง

3. พิจารณาอาหารที่ทานแต่ละคำ

ซึ่งการมองอาหารก่อนกิน และการเคี้ยวช้า ๆ จะทำให้เราสามารถพิจารณาอาหารแต่ละคำได้ดีมากขึ้น และสมองของเรา ร่างกายของเราก็ได้รับรู้ว่า สิ่งที่เรากำลังทานเข้าไปคืออะไร และมีรสชาติอย่างไร อร่อยถูกใจเรามากแค่ไหน

4. ควบคุมความหิวของตัวเอง

อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวจนเกินไป เพราะการที่หิวจนเกินไป จะสร้างโอกาสให้คุณขาดสติในการกินได้ง่ายมาก ๆ หากอยากกินแบบมีสติ คุณจะต้องควบคุมความหิวของตัวเองให้ดี เมื่อถึงเวลากินต้องกิน แม้จะไม่หิว แต่การทานอาหารให้ตรงเวลาก็เป็นสิ่งที่สำคัญ และทำให้คุณไม่รู้สึกหิวโหยมากจนเกินไปอีกด้วย และเมื่อรู้สึกอิ่ม ให้พอทันที ไม่ต้องฝืนทานจนหมด เพราะจะทำให้คุณปวดท้อง หรือแน่นท้องได้

5. โฟกัสกับการทานอาหาร

หลาย ๆ คนมักจะเปิดทีวี หรือรับชมสิ่งที่ตัวเองสนใจตลอดเวลาที่ทานอาหาร ทำให้การทานอาหารของคุณมีความรวดเร็ว และทานได้เยอะขึ้น เช่นนั้นแล้ว เพื่อให้การกินของคุณมีสติเพิ่มมากึ้น จะต้องพยายามลดการสนใจสิ่งรอบข้างลง และโฟกัสกับการกินให้มากขึ้น ให้เราได้อยู่กับแค่สิ่งที่กินตรงหน้าก็พอ เพราะจะทำให้เรากินได้ช้าลง และอิ่มได้นานขึ้นอีกด้วย

ข้อดีของการกินแบบมีสติ

การกินแบบมีสติมีข้อดีมากกว่าที่คุณคาดคิดเอาไว้มากมายเลยทีเดียว ซึ่งการกินแบบมีสตินั้น จะช่วยให้คุณสามารถเคี้ยวอาหารได้ละเอียดเพิ่มมากขึ้น ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ต้องทำงานหนัก ช่วยให้คุณอิ่มได้เร็วขึ้น กินอาหารได้น้อยลง ช่วยให้คุณเลือกกินของที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยให้คุณกินอาหารได้อย่างสมดุลมากขึ้น ไม่กินน้อยไป หรือกินมากเกินไป และช่วยให้คุณมีความสุข มีความสุขกับการลิ้มรสชาติของอาหารได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ คนอาจจะไม่สามารถกินอาหารแบบมีสติได้ทุกมื้อ เพราะบางช่วงก็เป็นชั่วโมงเร่งรีบที่เราจะต้องรีบทาน รีบไปทำงาน รีบไปเรียน หรือไปทำธุระต่าง ๆ โดยเฉพาะมื้อเช้า ทำให้เมนูมื้อเช้าของเรา จะต้องเป็นอาหารที่ย่อยง่าย และเคี้ยวไม่ยากนั่นเอง ส่วนมื้ออื่น ๆ ควรที่จะทานอาหารอย่างมีสติ เพื่อให้คุณได้จดจ่ออยู่กับการกินได้มากขึ้น เคี้ยวได้ช้าลง และโฟกัสกับอาหารที่มีอยู่ได้มากขึ้นก็จะช่วยปรับพฤติกรรมกินเยอะ กินเก่งให้หายไปได้อย่างแน่นอน